ปี 4 เทอม 2

กำลังทำทีสิสอยู่ เพิ่งผ่าน ต.2 ไป และกำลังจะอู้งานไปเที่ยว จบ

ชีวิต ยังคงงงๆ กับชีวิต
ทั้งที่หลายอย่างเป็นรูปเป็นร่างและคาดการณ์ล่วงหน้าได้ (โดยเฉพาะเรื่องการเงิน)
มีความสุขมากแต่ไม่รู้งงอะไรเหมือนกัน

ความอยากเดิมๆที่ยังไม่ได้ทำก็ยังอยากอยู่
อยากเรียนเต้นระบำ โหนผ้า ปั้นเซรามิก เรียนฝรั่งเศสเรียนอังกฤษ
อยากทำศิลปะสนุกๆ

ในภาพรวมดูโหยหาความสนุก ซึ่งน่าจะดีล่ะมั้งนะ

23, ปี4 เทอม1

กำลังจะจบเทอมหนึ่งแล้ว จะต้องเสนอทีสิสในอีกประมาณ 30 วัน
เมื่อกี้อาบน้ำอยู่ๆก็ได้หัวข้อทีสิส เรียบเรียงสิ่งที่ถอดจากความคิดได้ดังนี้

  • บางงานที่เราทำก็ทำด้วยท่าทีแบบ go forward มุ่งหน้าหาอะไรใหม่ๆ
  • บางงานที่ทำก็ทำด้วยท่าทีแบบ dig down
    คือมีของอยู่แล้วแต่ขุดสิ่งที่ดีที่สุดของสิ่งนั้นออกมา

งานแบบ go forward คืองานแบบสเปเชียลที่ทดลองทำบอร์ดเกม

งานแบบ dig down ก็คืองานแบบภาพประกอบ ที่เรียกเอาเรื่องส่วนตัวขึ้นมาใช้ได้ทันที งานที่เหลือคือ bring the best ให้ออกมาให้ได้เท่านั้น

 

ตลกดีเหมือนกันเพราะตอนแรกเหมือนจะเกลียดภาพประกอบไปแล้ว
แต่พอถึงปี 4 ก็กลายเป็นสิ่งที่รักที่สุดในงานทักษะทั้งหมด

เกลียดอะไรได้อย่างนั้น หรือความรักก็คือการอยู่กับความเกลียดให้นานพอกันแน่นะ

1st Time Pitching

วันนี้เป็นครั้งแรกที่ได้ขายงานที่ตัวเองมีส่วนร่วมด้วยค่อนข้างมาก
มากขนาดไหน?

  • หาคอนเท้น
  • เขียนคอนเสป
  • เขียนบท
  • ทำกราฟิกเอง
  • ทำเดโมเอง
  • อนิเมทเอง
  • ทำวีดีโอพรีเซ้นเอง

ต่อจากนี้เป็นบันทึกสิ่งที่เกิดขึ้นในระยะนี้
อ่านเพิ่มเติม

Passion

ได้ยินคำว่า แพชเชิ่น บ่อยมากในช่วงนี้ จะทำอะไรก็ต้องมี แพชเชิ่น
เลยลองลิสต์เล่นว่าตัวเองสนใจเรื่องอะไร โดยดูจากฟีดในเฟซบุค

สนใจ

  1. ความคิด วิธีคิด ตรรกะเหตุผล
  2. การสื่อสารด้วยภาพและถ้อยคำ (เสียงนี่พยายามอยู่)
  3. อุดมการณ์มนุษยนิยม เสรีนิยม
  4. กลยุทธ์การโน้มน้าว
  5. งานออกแบบ นวัตกรรม
  6. maker movement
  7. internet
  8. การบริหาร (เงิน คน เวลา)

ชอบทำ

  1. เขียน เล่าข้อเท็จจริงทั่วไป และวิเคราะห์
  2. อ่าน ส่วนมากก็นำไปสู่การวิเคราะห์อยู่ดี
  3. วาดรูป ในเรื่องที่อยากเล่า
  4. ทำสื่อ ในประเด็นที่อยากเล่า
  5. กลิ้งกลุ๊ก

ขัดแย้งกับ / ทำไม่ได้

  1. อุดมการณ์อำนาจนิยม (เชิดชูผู้ใหญ่ เชิดชูยศ เชิดชูฐานะ อะไรก็ตามที่ทำให้คนไม่เท่ากัน)
  2. ทำอะไรก็ได้ เพื่อขายอะไรก็ได้

อยากทำ ในเร็วๆนี้

  1. ทำงานที่มีคุณค่า มีความหมาย
  2. ทำงานตามใจตัวเอง

ก็โน๊ตเอาไว้

microaggression

ทั้งหมดเริ่มต้นจากความรำคาญ การใช้คำว่าเด็กสมัยนี้ เฉลี่ยอาทิตย์ละครั้ง

แปลกใจมาก ว่าทำไม perception ที่เขามีช่างต่างจากที่เรามีต่อคนรุ่นใหม่อย่างลิบลับ // แปลกใจว่าทำไมผู้ใหญ่ถึงเชื่อตัวเองมีวิจารณญาณในการใช้อินเตอร์เน็ตมากกว่าเด็ก // แปลกใจที่คนยังเชื่อว่าต้องคัดกรองทางเลือก มากกว่าต้องมีวิจารณญาณในการเลือก // และแปลกใจที่ทุกวันนี้ เรายังตัดสินคนจาก เพศ ภาพลักษณ์ ดีกรี วัยวุฒิ สิ่งเหล่านี้ ถูกสอนและส่งต่อมายังคนรุ่นใหม่ ถูกเอามาสอนในมหาวิทยาลัยว่าจะใช้สิ่งเหล่านี้ตัดสินความเป็นมืออาชีพอย่างไร และนอกจากเพื่อเอาไว้ตัดสินหรือจัดวรรณะให้กับคน ก็ไม่มีประโยชน์อย่างอื่นอีก

กันต์พงศ์แห่ง KorPunGun จึงแนะนำให้เรารู้จักคำว่า Microaggression

Microaggression = acting like its no big deal / ignorance to violence = การกระทำหรือการแสดงออกที่ไม่ได้ตั้งใจ แต่นัยยะนำไปสู่การตัดสินใจสู่ภายนอก สู่การเหยียด และสู่ความรุนแรง

เช่น แปลกใจจังทำไมผู้หญิงเรียนสถาปัตย์เยอะกว่าผู้ชาย / กะเทยทุกคนล้วนเป็นคนตลก / คนต่างจังหวัดทุกคนมีชีวิตพอเพียงใกล้ชิดธรรมชาติ / ล้อเพื่อนที่ยังไม่แต่งงานว่าขึ้นคาน / หน้าปลวก = ตลก / ดูเป็นมืออาชีพ = แต่งตัวดูแพง / ผู้หญิงที่สวยหน่อยใส่เสื้อแขนกุด = ตั้งใจโชว์ sex appeal / ฯลฯ / อะไรที่มันดูปกติแต่ไม่ปกติทั้งหลายแหล่

ลองอ่านตัวอย่างจากทางบ้านได้จากเว็บ microaggressions.com

ขอบคุณ Kanpong Thaweesuk ผู้แนะนำคำนี้ให้รู้จัก

• เรียนประวัติศาสตร์แบบยอมรับความเจ็บปวด •

• เรียนประวัติศาสตร์แบบยอมรับความเจ็บปวด •
 
20 ธันวาคม 2010 ช่วงนั้นกำลังเรียนเรื่องจักรวรรดินิยมอยู่ในห้องเรียน ม.5  ณโรงเรียนรัฐธรรมดาๆในฝรั่งเศส
 
วิธีการสอนประวัติศาสตร์ที่นั่นจะมี Pattern ที่ใช้บ่อยๆคือ เอาเอกสารเก่ามาให้ดู เป็นรูปถ่ายบ้าง เป็นข่าวเก่าบ้าง เป็นหน้าหนึ่งจากจดหมายบ้าง ครูจะไม่บอกก่อนว่าเรื่องราวเป็นยังไง แต่ให้นักเรียนลองเชื่อมโยง ลองจินตนาการ และพูดคุยว่าจากเอกสารเหล่านี้ มันน่าจมีเหตุการณ์อะไรเกิดขึ้นบ้าง เมื่อแชร์กันเสร็จ ค่อยเข้าสู่ช่วงสอน
 
ในช่วงที่เรียนจักรวรรดินิยม อาจารย์ยกหน้าหนึ่งจาก Tintin au Congo , หนึ่งหน้าจากหนังสือเรียนในยุคอานานิคม ที่บอกว่ายูโรเปียนเป็นเผ่าพันธุ์ที่สมบูรณ์แบบที่สุด, โปสเตอร์ต่อต้านอานานิคมของคนโมรอคโค, และดูหนังสารคดีสมัยก่อน เป็นข้อถกเถียงเรื่องอินเดียแดงเป็นมนุษย์หรือเป็นสัตว์, หนังสือการ์ตูนเรื่อง Venus Noire
 
 
นำไปสู่การพูดคุย เข้าใจบริบทของสถานการณ์ และมองการกระทำในอดีตด้วยสายตาของโลกปัจจุบัน (แน่นอนว่าเราต่างยอมรับ ว่าครั้งหนึ่งในอดีตเราได้ทำสิ่งที่โหดร้ายกับเพื่อนมนุษย์)
 
เรียนเรื่องสงครามโลก เกิดอะไรขึ้นบ้าง สงครามสร้างความเสียหายอย่างไร สร้างความมั่งคั่งอย่างไร ความเป็นอยู่ของทหาร ความเป็นอยู่ของผู้คนเป็นอย่างไร
 
ไม่เพียงแต่วิชาประวัติศาสตร์ ช่วงนั้นในวิชาวรรณกรรมฝรั่งเศส ก็ได้อ่านเท็กซ์เกี่ยวกับมนุษย์กินคน (ประมาณว่า คนขาวที่แท้ก็คือมนุษย์กินคน), ในวิชาภาษาอังกฤษก็เรียนเรื่องอะบอริจิ้น, เรื่องความขัดแย้งทางศาสนาในไอร์แลนด์ และอื่นๆ – แต่ โดยรวมหัวข้อที่เรียนของทั้งปี จะได้เรียนเรื่องความขัดแย้งต่างๆในโลก
 
เพื่อระลึกถึงและตระหนักถึงช่วงเวลาที่โหดร้ายของมนุษย์
– และเพื่อนำไปสู่การเป็นมนุษย์ที่ดีกว่านั้น
 
(คือไม่ได้เรียนสงครามเพื่อความซาบซึ้งแน่ๆ)
 
 
รูปวาด : วาดเล่น mr.caleur อาจารย์ประวัติศาสตร์สุดหล่อสำเนียง bretz

ปล.
ขนาดหนังสืออ่านเล่นวิชาวรรณกรรม อาจารย์เห็นว่าให้เราไปอ่าน Racin, Rimbauld คงจะอ้วกแตก แกเลยเลือกเล่มนึงมาให้อ่าน ก็ไม่ได้ให้อ่านอะไรแบ๊วๆ หนังสือชื่อ Matin Brun เป็นวรรณกรรมเสียดสีเผด็จการ (วันนี้ก็สงสัย ว่าแกตั้งใจป่าว ช่วงนั้นมีรัฐประหารพอดี) ๕๕๕๕

ปล.2  สยาม ถูกพูดถึงในห้องเรียนสองครั้ง
1.ช่วงอาณานิคม ไม่ได้โดนคนขาวยึด
2.วิชาวิทยาศาสตร์ เรียนเรื่องแมลง มีคลิปประมาณว่า คนบางวัฒนธรรมก็กินแมลง และในจอภาพคือถนนข้าวสาร ประเทศไทย : เราเลยเป็นตัวแทนประเทศช่วยคอนเฟิร์ม ว่าตั๊กแตนทอดอร่อยมาก

Handjob

ทำงานเข้าปีที่สอง

ตอนนี้ถึกทนทาน แบ่งเวลาได้ สมองสติไม่งอแง ไม่ต้องบิ้วอารมณ์ทำงาน
ตลอดสองปี ไม่เคยอดนอน แต่ข้อมือ และหลัง เริ่มงอแหงหนักขึ้นทุกวัน

ร่างกายแม่งเป็นต้นทุนจริงๆ

วันนี้เอางานไปส่ง มีแก้งาน อีกนิด
จะทำอีกนิดก็ได้ แต่สำหรับมือเนี่ย อีกนิด คือ อีกแล้ว

คือแม่งไม่ไหวแล้ว

– พัก –

ปล. ที่เจ็บปวดที่สุดสำหรับปัญหามือ นอกจากต้องพักงาน ยังต้องพักอย่างอื่นด้วย วาดรูปเล่นหรือเขียนหนังสือก็ไม่ได้ งงไปเลยว่าจะทำอะไรดี พยายามทำกิจกรรมที้มีการเคลื่อนไหวอยู่ เช่นการออกกำลังกายเป็นต้น

ประเด็นคือ ปีนี้อายุ 23 เองนะ TT__TT