โลกเวทมนตร์กับคาถาลบความทรงจำ

ตอน ป.4 ไม่เข้าใจหรอกว่าทำไมผู้ใหญ่ที่อ่านเจ้าชายน้อยถึงบอกว่า ความเป็นเด็กถึงสำคัญ ต้องรักษาไว้เมื่อโตขึ้น แต่ฉันชอบคอนเสปของมันมากเพราะมันเชิดชูความเป็นเด็ก ช่างต่างจากคำขวัญทางการศึกษาในสังคมที่ฉันอยู่เสียจริง ที่นี่เราสอนเด็กๆว่าเด็กน่ะไร้ความสามารถในการตัดสินใจ ถ้าเธอเชื่อฟังผู้ใหญ่ เธอจะตัดสินใจถูก และมีชีวิตที่ดี
.
.
ห้าสหายผจญภัยพาฉันไปสำรวจอันตรายในพื้นที่ที่ฉันไม่เคยอนุญาตให้ไป ในที่ที่ฉันอยู่ เธออายุ 14 เธอเดินออกไปนอกบ้านโดยลำพังเธอก็มีสิทธิถูกลักพาตัวไปขาย หรือถูกรถมอร์เตอร์ไซค์เฉี่ยวชนบนทางเท้า
.
.
แจกเกอลีน วิลสัน ปลอมประโลมฉันว่าทุกครอบครัวมีปัญหา ผู้ใหญ่เองก็หวั่นไหวและทำเรื่องผิดพลาดกันทั้งนั้น ครอบครัว ความสัมพันธ์ ประกอบขึ้นจากคนหลายๆคนที่แตกต่างกัน เธอไม่ใช่เด็กที่เจอปัญหาอย่างโดดเดี่ยวหรอกนะ ภาพตัดมา ในสังคมที่ฉันอยู่ เราเชิดชูครอบครัวในอุดมคติ สั่งสอนให้เคารพพ่อแม่ของเราในทุกๆ กรณี ไม่มีอะไรซับซ้อนไปกว่านี ก็เพียงเพราะเขาเป็นพ่อแม่เรา
.
.
แฮร์รี่ พอตเตอร์ หลุดออกจากโลกที่ควบคุมอิสรภาพของเขาไปสู่โลกใหม่ แต่ในโลกใหม่นั่นเองที่เขาได้พบกับอันตรายและความอยุติธรรม โวลเดอร์มอร์เป็นคนแรกที่สร้างแผลเป็นให้กับแฮร์รี่ พอตเตอร์ แต่คนที่สองคือโดโลเรส อัมบริจด์ เธอสั่งให้แฮร์รี่คัดลายมือว่าจะไม่ทำผิดอีก (ซึ่งเป็นความผิดที่เขาไม่ได้ทำ) ทุกครั้งที่คัด ลายมือของแฮร์รี่จะปรากฏเป็นรอยกรีดลงบนหลังมือของตัวเอง ตลอดระยะเวลานั้นแฮร์รี่พบกับความสูญเสียสารพัด แต่เมื่อโลกเวทย์มนตร์เปลี่ยนไป คนที่เหลือทั้งหมดล้วนเป็นอิสระอย่างเท่าเทียมกัน ในโลกเวย์มนตร์ที่ฉันอยู่ เรามักพร่ำสอนกันว่าคนตัวเล็กๆเปลี่ยนแปลงอะไรไม่ได้หรอก ถ้าอยากเปลี่ยนคุณต้องมีอำนาจ และการที่คุณจะมีอำนาจได้นั้นคุณต้องสยบยอมต่ออำนาจเสียก่อน
.
.
ในโลกเวทย์มนตร์ที่ฉันอยู่ โรงเรียนคือสถานฝึกให้เชื่องและฝึกให้ชิน เมื่อเด็กๆโตขึ้นเป็นผู้ใหญ่ พวกเขาจะเริ่มสงสัยว่าชีวิตที่เหลือคืออะไร เพราะชีวิตในโรงเรียนมัธยมมีไว้เพื่อเรียน เล่นสนุก และรอวันสอบไปวันๆ มหาลัยมีไว้เพื่อเรียน เล่นสนุก และรอวันหางานทำไปวันๆ แต่เมื่อมีงานทำแล้ว พวกเขาเริ่มสงสัยว่าถ้าไม่มีเรียนไม่มีสอบแล้ว เขามีชีวิตอยู่ไปเพื่ออะไร
.
.
คนที่โตกว่าพวกเขาพากันส่ายหน้า บอกว่าคนพวกนี้เป็นผลผลิตที่เลวของการศึกษา แม้แต่ความรับผิดชอบก็ยังไม่มี ! เรียนหนังสือมา 20 กว่าปีในหลักสูตรที่เน้นความเป็นระเบียบ ความเชื่อฟัง เหมือนจะไม่ช่วยให้พวกเธอเป็นคนที่สมบูรณ์ขึ้นมาเลย ! ถ้าพวกเธอไม่รู้ว่าจะทำอะไรเพื่อตัวเอง เธอก็ต้องทำเพื่อคนอื่นสิ ทำให้พ่อแม่ของเธอยินดีก็ได้ !
.
.
และเมื่อสิ้นหวังกับตนเองอย่างถึงที่สุดแล้ว พวกเขาก็จะสยบยอมให้ระบบสั่งสอนต่อไปเรื่อยๆ สุดท้ายเรื่องราวเกี่ยวกับตัวเองที่พวกเขายังมีเหลือ ก็เหลือเพียงการได้ทำอะไรเล็กๆน้อยๆเพื่อให้รางวัลตัวเองนานๆครั้ง และเมื่อพวกเขามีลูก พวกเขาก็ปกป้องลูกจากอันตรายต่างๆ ไม่ให้ลูกถูกเฉี่ยวบนทางเท้า ไม่ให้ลูกถูกลักพาตัว อันตรายที่พวกเขามีตอนเด็กๆ ไม่เคยดีขึ้นในยุคนี้เลย
.
.
พวกผู้ใหญ่จึงคิดหาทางแก้ปัญหา เด็กๆในอนาคตจะปลอดภัยขึ้นถ้าเด็กๆกลัวอันตรายมากขึ้น และถ้าหลักสูตรการเรียนการสอนเข้มงวดขึ้น เด็กๆก็จะมีความรับผิดชอบต่อชีวิตมากขึ้น เด็กๆต้องเรียนรู้ว่าเราเปลี่ยนโลกไม่ได้แต่เปลี่ยนตัวเองได้ ช่างฉลาดอะไรเช่นนี้ แค่เปลี่ยนตัวเองให้ชินกับปัญหา ทุกอย่างก็จบ!
.
.
ทางเท้าในโลกเวทย์มนต์ยังไม่ถูกแก้ปัญหาเหมือนกับสมัยสี่สิบปีก่อน พวกเขารู้ว่าถ้าปล่อยให้เด็กๆเดินบนทางเท้าโดยลำพัง เด็กๆจะถูกรถเฉี่ยวชนและอาจถูกลักพาตัว แต่พวกเขาเชื่อมั่นว่าระบบการศึกษาจะสอนให้เด็กๆ รู้จักระวังอันตรายเป็นอย่างดี
.
.
อย่างไรก็ตาม แม้จะเป็นผู้ใหญ่พวกเขาก็ยังมีด้านที่อ่อนไหว ความทรงจำดีๆเกี่ยวกับความเป็นเด็กที่มี จำได้เพียงว่า ตอนเป็นเด็ก เจ็บสุดแค่ตอนหกล้ม
.
.
แต่พวกเขาจำช่วงเวลาที่เคยอยากรู้อยากเห็นกับชีวิต มีความคิดสร้างสรรค์ มีพลังในตัวเองไม่ได้เลย

#โลกเวทย์มนตร์กับคาถาลบความทรงจำ

Advertisements

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s