After Thesis

บันทึกชีวิตหลังส่งทีสิสเสร็จหมาดๆ (เหลือทำเล่มดำ) มีความหยิ่งผยองในอารมณ์

  • ทีสิส จริงๆ สารภาพว่า คิดแบบคนขี้เกียจ เพราะอย่างน้อยคนรับผิดชอบมีเราคนเดียว เกรดก็ไม่รู้จะเอาไปทำอะไร งานเชิงทักษะก็ไม่ได้อยากเคี่ยวเข็ญตัวเองให้ทำต่อเพราะชอบงานทำ Content กับบริหารมากกว่า ก็เลยเลือกทำงานที่ปกติไม่ค่อยได้ทำ คืองานที่ได้เล่าเรื่องตัวเอง เพราะช่วงปี 2-4 ต้องทำงานหาเงินเป็นหลัก มีสภาพเป็นนักเรียนพาร์ทไทม์ เอาแค่ทำใจไปเรียนไม่ให้ขาดเกิน / มีการบ้านไปส่งก็ลำบากแล้ว โอกาสเล่าเรื่องตัวเองนี่หายากกว่าโอกาสในการฝึกทักษะ
  • จริงๆ เลือกทำ MV เพลงนี้เพราะเป็นเพลงที่พี่ก๊อก แต่งจากคำที่เราเขียนในปี 2008  ทำขอบคุณพี่ก๊อกที่แต่งเพลงนี้ขึ้นมา (เล่าคร่าวๆคือตอน ม ต้น อีโมมากเรื่องปัญหาครอบครัว วาดรูปดาร์คๆ เขียนระบายเต็มไปหมด พี่ก๊อกมาเจอเลยเอาไปแต่งเพลง) ตอนแรกตีความเรื่องไว้เป็นเรื่องใหญ่ๆ จะสะท้อนให้ออกมาเป็นแนวสังคม การเมือง โลก แต่ได้ อ.พลอย ทักมาว่าจริงๆเราทำเรื่องที่เป็นของตัวเองก็ได้ เลยเลือกเรื่องที่เป็นรากของเพลงนั้นจริงๆ คือมันเป็นเพลงปลอบใจเด็กที่เก็บกดจากความขัดแย้งในครอบครัว (กูเอง)
  • แต่ถึงแม้จะอยากทำงานสนองนี้ดตัวเอง แต่พอทำถึง ต.2 ก็พบว่านี้ดที่กูมีเนี่ยคืออะไรที่กูไม่ถนัดทั้งนั้น แต่หลวมตัวทำไปแล้วก็ทำไป นี่คือสิ่งที่ไม่ถนัดแต่ต้องทำ
    • งานเล่าอารมณ์ : ปกติทำแต่พรีเซนเตชัน อินโฟกราฟิก มันเป็นงานเล่าเรื่องที่ logical มากๆ มีเหตุมีผลมี pattern  แต่ชิ้นนี้ลองทำแบบเล่าอารมณ์ล้วนๆ ซึ่ง พบว่ายาก
    • งานคราฟต์ : รู้สึกว่าตัวเองไม่ขยันคราฟต์เท่าเพื่อนๆ และไม่มีความสุขกับการคราฟต์ภาพ ปกติก็จะโกงด้วยการวาดให้ดูแน่นๆแล้วไปขยับใน AE แต่รอบนี้พยายามจะทำ frame by frame (ที่มาค้นพบอีกว่าไม่ถนัดเลยโว้ยยยย)
    • งานต่อเนื่อง : ปกติชอบทำงานจบเป็นชิ้นๆ เพราะถ้าทำอะไรยาวๆ ลายเส้นจะไม่นิ่ง โดดไปโดดมาตลอด การคุมโทนให้ทั้งงานดูเป็นงานเดียวกันก็เป็นเรื่องที่ไม่ถนัด ในขณะที่การทำอนิเมชันต้องทำให้ทุกอย่างดูต่อเนื่องกัน
    • งานหลายนาที : เลยต้องโฟกัสเรื่องปริมาณงานด้วย เรื่องนี้ลงเอยด้วยการใช้เทคนิคโกงๆเยอะมาก
  • สิ่งที่ดี : พองานเสร็จ เหมือนได้เห็นตัวเองจากอีกมุม ทำไม first idea ถึงใช้ภาพแบบนี้แบบนั้น ทำไมช่วงแรกของเรื่องที่พูดถึงความเก็บกดเศร้าระทมถึงชัดเจนมากๆ แล้วทำไมช่วงที่ก้าวข้ามมาได้เนี่ยถึงดูแอ๊บแตก   // ก็เพราะมันเป็นยังงั้นในชีวิตจริงด้วย ช่วงระทมนี่กินเวลาไม่ต่ำกว่า 7 ปี แต่ช่วงเบิกบานเพิ่งจะเป็นเร็วๆนี้ ปีสองปีไม่เกิน ภาพมันเลยเบลอๆ ไม่เห็น structure ของอารมณ์ในหัว เพราะก่อนหน้านี้คิดไม่ออกจริงๆ ว่าเราจะกลับมามีความรักอย่างเต็มหัวใจได้ยังไง แต่มันมีว่ะ
  • เพิ่งรู้ตัวว่าสัญลักษณ์ในงานดูศาสนาคริสต์มาก TvT (พ่อเรานับถือคริสต์) อาจจะเป็นเพราะแนวคิดเรื่องความรักนี่แหละที่ยึดเหนี่ยวเราเอาไว้ ตอนนั้นสภาพความสัมพันธ์จะชิบหายขนาดไหน แม่ก็จะสอนให้เชื่อในความรัก
  • ชิวมาตลอดจนกระทั่งสัปดาห์สุดท้ายที่ต้อง lead รายการทีวีไปด้วยรายการนึง เป็นรายการที่บทบาทความรับผิดชอบสูงมาก เพราะเป็นเฮดของรายการจ้า ทุกคนรอการตัดสินใจของข้าพเจ้า ถ้าทำไม่ทัน ทำไม่ดี ความเสียหายที่เกิดจากความบกพร่องของเราน่าจะหลายแสน – พอเป็นงานทีวี มีนรก มีเวลาทำ 7 วัน คือส่งหลังทีสิส 2 วัน สติแตก เพราะก็อยากให้ทีสิสดี อยากให้งานรายการดี โชคดีที่ซ้อนกันแค่สัปดาห์สุดท้าย
  • วันส่งทีสิสร้องไห้ตลอดเช้า ทำไปร้องไห้ไป เครียดเรื่องทำรายการ บ่ายๆขับรถไปส่งงาน กลับบ้านมาปั่นรายการต่อ แต่โล่งขึ้นมาก อารมณ์แบบหมดแล้วโว้ย กลับไปปั่นงานต่อรัวๆ
  • วันพรีเซ้นก็ยังคงปั่นงานรายการต่อรัวๆ แต่โมเม้นตอนพรีเซ้นและหลังพรีเซ้นนี่น่าจดจำ
  • ฟีดแบกรอบนี้โดยรวมคือ
    – มีเรื่องที่เราประมาทจริงๆ (สีออกจอใหญ่เพี้ยน คนดูไม่สังเกต แต่เราสังเกต) ปริ้นโปสเตอร์ออกมาแล้วตัวหนังสือที่ทำจางๆ มันจางไป
    – มีเรื่องที่ดีได้กว่านี้ เช่น คอมโพสโปสเตอร์ ถ้ามีเส้นนำสายตาอีกหน่อยก็จะสื่อสารขึ้น สวยขึ้น
    – มีเรื่องที่ทำได้ดีขึ้น แต่ก็พลาดมาตั้งแต่ตอนวางแผนสตอรี่บอร์ด คือเรื่องการ Hold อารมณ์คนดูให้อยู่ใน 5 นาทีอย่างมีคุณภาพ มันก็ดีแบบเรื่อยๆ แต่จบไม่พีค // อันนี้เกี่ยวกับทักษะการผลิตด้วย เพราะเป็นคนวาดมุมแปลกๆไม่เก่งเลยไม่กล้าวาด ถ้าวาดเก่งกว่านี้ เร็วกว่านี้ ก็น่าจะดีขึ้น (ต้องใช้เวลาฝึกฝน เห้อ)
  • อยู่ๆก็เข้าใจอาจารย์มากขึ้น ว่าการมองงานในฐานะ design study เนี่ย ก็คือการพยายามผลักความสามารถตัวเองออกไป ทำให้ดีขึ้นเรื่อยๆ เลยไม่แปลกที่งานจะไม่มีจุดพอใจซักที ซึ่งอาจารย์ก็ช่วยเราทำหน้าที่นั้น // ต่างจากการทำงานหาเงิน ที่เป้าหมายคือการบาลานซ์ระหว่างคุณภาพงานกับความคุ้มทุน
  • ซึ่งความทำให้พอดีทุนเนี่ย ติดเป็นสันดานไปแล้ว
  • อาจารย์ที่สนิทก็เหมือนจะรู้ 55555 คือ อ. อื่นๆก็จะทักเรื่องเชิงเทคนิค แต่คนที่สนิทมักจะทักโดยใช้เซนส์  เช่น อ.โชติหลังไมค์มาบอกว่าดูแล้วเฉยๆ เหมือนนานาน่าจะทำได้พีคกว่านี้ / อ.โจ้ ที่มาเม้นเฟซบุคว่าจริงๆคุณมีอะไรพิเศษแต่ชอบหาทางลัด / อันนี้สะเทือนใจกว่าโดนทักเรื่องเทคนิค รู้สึกว่าถูกจับได้ 55555
  • โดยรวมก็พอใจกับทีสิส อยู่ในมาตรฐานที่กะเอาไว้ ในขอบเขตเวลาที่มี ความสามารถที่มี และภาระอื่นๆนอกจากการเรียนในโรงเรียน // มีโมเม้นที่แอบคิดว่า งานคงดีกว่านี้ถ้าเลือกทำอะไรที่ถนัด เช่นงานสั้นลง ใช้เทคนิคที่ง่ายขึ้น แต่คิดอีกทีก็ดีแล้วที่ได้ลองทำสิ่งที่หาโอกาสทำได้ยาก เอาจริงๆ ก็เป็นการให้ความมั่นใจตัวเองด้วยว่าทำงานที่ออกมาจากตัวเองบ้างก็ดี
  • พอส่งทีสิสเสร็จ ส่งรายการเสร็จ ก็มีไฟจะทำงานตัวเองหลังเรียนจบเฉยเลย อยู่ๆก็เลิกสับสนระหว่างงานได้เงินกับงานสนองนี้ด เพราะถ้าอยู่ในจุดที่งานได้เงินมีรายได้เยอะพอ ก็จะเลือกได้มากขึ้นว่าอยากใช้เวลาทำอะไร (Maslow) – บังเอิญว่ามาถึงจุดนี้ตอนเรียนจบพอดี คือรู้สึกว่า งานเงินอยู่ในจุดที่เลือกได้ เรียนไปทำงานไปก็ทำมาแล้ว ก็น่าจะทำเงินกับทำสิ่งที่อยากทำพร้อมกันได้นะ
  • และแม้จะเกลียดความสามารถของตัวเองในการทำทีสิส แต่ก็รักงานชิ้นนี้เพราะมันเป็นเรื่องของเรา ๕๕๕๕๕ ดีใจมากๆที่เลือกทำทางนี้ เพราะตลอด 2 ปีที่ทำงานมา ไม่มีโอกาสทำงานเล่าเรื่องตัวเองในงานจ้างเลย อันนี้ต้องขอบคุณ อ.พลอยแรงๆ คนที่ต้องขอบคุณเป็นพิเศษก็จะเป็นแก๊ง อ.ธนาธร อ.โจ้ อ.โชติ ที่ไม่เคี่ยวเข็ญเราไปในทางที่ไม่อยากไป และก็ดูเข้าใจมากๆว่าเรากำลังเผชิญกับอะไรอยู่
  • ซึ่งตลอดชีวิตการศึกษาที่ผ่านมา ถ้ามีไรอยากบอกอาจารย์ ก็จะบอกว่าอาจารย์ที่เข้าใจเราสำคัญมาก เพราะการทำให้ได้คุณภาพตามมาตรฐานเนี่ยไปหาเอาที่ไหนก็ได้ (ถ้าไม่ได้เป็นเรื่องที่เฉพาะตัวคนสอนจริงๆ) อย่างวิชาเพนท์ของ อ.สุพจน์ ก็ดีใจที่ลงเรียน เรื่องเทคนิคก็ได้ แต่ที่น่าจดจำคือ อ.ทำให้เรากลับมาชอบการวาดรูปเล่นอีกครั้ง หลังจากที่เลิกๆไป
  • สรุปแล้ว ก็เป็นทีสิสที่คู่ควรแก่การเป็นงานจบจริงๆ ถ้าไม่นับเรื่องการแสดงความสามารถ อย่างน้อยสำหรับคนที่เกือบๆจะลาออกหลายครั้ง เล่าเรื่องการเดินทางครั้งสำคัญของชีวิตนี่แหละถูกต้องแล้ว
  • พี่ก๊อก – มันเป็น Special Flight จริงๆพี่
Advertisements

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s